ช่วงกลางเดือนสิงหาคม
2569 หลายจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือโดยเฉพาะ จังหวัดน่าน
ต้องเผชิญกับวิกฤตอุทกภัยอย่างรุนแรงหลังฝนตกหนักสะสมสูงถึง 339.6 มิลลิเมตรจนเกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลันในหลายอำเภอ โดยเฉพาะ อำเภอปัว
ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดมวลน้ำทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนกว่า 17 หมู่บ้านบางจุดน้ำท่วมสูงเกือบมิดชั้น 1
ทำให้ประชาชนและเด็กเล็กติดค้างภายในอาคาร ขณะเดียวกันในพื้นที่ อ.ภูเพียง, อ.เฉลิมพระเกียรติ,
อ.ท่าวังผา และ อ.สันติสุข ก็ได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง
ถนนสายหลักและสะพานหลายจุดถูกน้ำตัดขาด(เช่น สายปัว-เชียงกลาง และ
สายปัว-บ่อเกลือ)อีกทั้งยังมีเสาไฟฟ้าแรงสูงล้มพาดถนนส่งผลให้การลำเลียงความช่วยเหลือเข้าสู่พื้นที่เป็นไปด้วยความยากลำบากนอกจากนี้ยังมีจังหวัดใกล้เคียงที่ได้รับผลกระทบ
อาทิ เชียงใหม่ และเชียงราย
สภากาชาดไทย โดย สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สถานีกาชาดจังหวัด เหล่ากาชาดจังหวัดได้เร่งกระจายความช่วยเหลือลงสู่พื้นที่ภาคเหนืออย่างต่อเนื่องโดยส่งเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครลงพื้นที่มอบชุดธารน้ำใจฯเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นแก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ จำนวน 100 ครัวเรือนและ อ.ดอยหลวง จ.เชียงราย จำนวน 172 ครัวเรือนและจะทยอยส่งมอบชุดธารน้ำใจกู้ชีวิตฯรวมถึงสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็นไปยังพื้นที่ประสบอุทกภัยอื่นๆ ในภาคเหนืออย่างต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
ที่มา :
https://rtrc.redcross.or.th/ewt/rtrc_web/news_view.php?n_id=6316