ผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดบางชนิดที่โรคกลับมาเป็นซ้ำหรือดื้อต่อการรักษามาตรฐาน
จำเป็นต้องได้รับการประเมินเพื่อหาแนวทางรักษาที่เหมาะสมเพิ่มเติม
การรักษาด้วยคาร์ทีเซลล์ (CAR T-cell)
เป็นหนึ่งในทางเลือกสำหรับผู้ป่วยกลุ่มนี้ อย่างไรก็ตาม
ค่าใช้จ่ายในการรักษาเป็นข้อจำกัดสำคัญ โดยเฉพาะสำหรับผู้ป่วยที่ขาดแคลนทุนทรัพย์
แม้จะผ่านการประเมินว่ามีความเหมาะสมต่อการรักษาแล้วก็ตาม
โครงการ
“จุฬาฯ คาร์ทีเซลล์ ยามีชีวิตเพื่อรักษาโรคมะเร็ง” โดยศูนย์การผลิตเซลล์และยีนบำบัด
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
จัดตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนให้ผู้ป่วยที่ขาดแคลนทุนทรัพย์เข้าถึงการรักษาด้วยคาร์ทีเซลล์
ควบคู่กับการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการรักษาในประเทศไทย ตั้งแต่กระบวนการผลิตเซลล์
การควบคุมคุณภาพ ไปจนถึงการนำไปใช้รักษาผู้ป่วยภายใต้การดูแลของทีมแพทย์
คาร์ทีเซลล์เป็นการนำเซลล์ภูมิคุ้มกันชนิด
T cell ของผู้ป่วยมาปรับแต่งให้สามารถจดจำและเข้าทำลายเซลล์มะเร็งเป้าหมาย
จากนั้นเพิ่มจำนวนเซลล์และนำกลับเข้าสู่ร่างกายผู้ป่วย
เซลล์ดังกล่าวสามารถเพิ่มจำนวนและทำงานภายในร่างกายได้ จึงเป็นที่มาของคำว่า
“ยามีชีวิต” การรักษานี้ใช้สำหรับมะเร็งเม็ดเลือดบางชนิด โดยต้องพิจารณาข้อบ่งชี้
สภาวะของโรค และความพร้อมของผู้ป่วยแต่ละรายตามการประเมินของทีมแพทย์
การพัฒนาคาร์ทีเซลล์ภายในประเทศมีความสำคัญต่อการสร้างขีดความสามารถในการผลิตและการรักษาของไทย
รวมถึงการพัฒนาองค์ความรู้เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาอย่างต่อเนื่อง
การดำเนินงานจึงจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนทั้งด้านค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ป่วยและด้านการวิจัย
เพื่อให้ความก้าวหน้าทางการแพทย์สามารถนำไปใช้ช่วยเหลือผู้ป่วยได้จริง
การระดมทุนครั้งนี้มีเป้าหมาย
10,000,000 บาท เพื่อสนับสนุนการดำเนินงาน 2 ด้าน ได้แก่
1.
สนับสนุนการรักษาผู้ป่วยที่ขาดแคลนทุนทรัพย์
สมทบค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการรักษาด้วยคาร์ทีเซลล์สำหรับผู้ป่วยโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
สภากาชาดไทย โดยพิจารณาความเหมาะสมทางการแพทย์และความจำเป็นด้านทุนทรัพย์
ผ่านการประเมินของทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล
เพื่อช่วยลดข้อจำกัดด้านค่าใช้จ่ายในการเข้าถึงการรักษา
2.
สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาคาร์ทีเซลล์
สนับสนุนการพัฒนากระบวนการผลิต
การศึกษาประสิทธิภาพและความคงอยู่ของเซลล์ ตลอดจนการศึกษาต่อยอดเพื่อขยายโอกาสการรักษาไปสู่โรคอื่นในอนาคต
เงินบริจาคจะเป็นส่วนสนับสนุนให้การช่วยเหลือผู้ป่วยและการพัฒนางานวิจัยดำเนินควบคู่กัน
ทั้งการเพิ่มโอกาสเข้าถึงการรักษาของผู้ป่วยที่มีความจำเป็นในปัจจุบัน
และการพัฒนาศักยภาพการรักษาด้วยเซลล์ของประเทศไทย ในระยะยาว